enneagramwing

รหัสกับนพลักษณ์

ESFJ นพลักษณ์: เป็นเจ้าภาพทุกงานไปเพื่ออะไร

ญาติทั้งบ้านโทรหาเราก่อนใครทุกครั้งที่จะทำบุญ เพราะเรารู้ว่าต้องนิมนต์พระกี่รูป และข้าวเพลต้องถวายให้ทันก่อนเที่ยง ผล ESFJ จึงไม่แปลก ที่ยังค้างอยู่คือคำถามว่าในนพลักษณ์เราเป็นลักษณ์ไหน เลขนั้นตัวอักษรชี้ให้ไม่ได้ หน้านี้จึงวางแรงจูงใจสามแบบไว้แทน ทั้งสามทำให้คนคนหนึ่งเป็นเจ้าภาพที่ขาดไม่ได้เหมือนกัน แต่จะสะเทือนคนละที่ ถ้าวันหนึ่งญาติจัดงานกันเองโดยไม่โทรมา

01

ตัวอักษรสี่ตัวนี้บอกอะไร

  1. พลังงานมาจากไหน

    ISFJ
  2. รับข้อมูลอย่างไร

    ENFJ
  3. ตัดสินใจด้วยอะไร

    ESTJ
  4. จัดการกับแผนอย่างไร

    ESFP

รหัสข้างเคียง: ต่างกันแค่ตัวอักษรเดียว

ในแผนกที่มี ESFJ ซองเวียนค่าเค้กวันเกิดจะเริ่มเดินตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และในซองมีโพสต์อิทบอกไว้ว่าเจ้าของวันเกิดชอบรสไหน เขาเรียกพี่ รปภ. ด้วยชื่อเล่น ถามถึงลูกที่เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัย และรู้ก่อนใครว่าใครในแผนกเพิ่งเลิกกับแฟน น้องคนไหนต้องย้ายหอ เขายืมกระบะพี่ชายมาช่วยขนให้ ความช่วยเหลือของเขาจับต้องได้เสมอ บทสนทนาไหลง่ายและวนอยู่กับคนและเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ใครย้ายบ้าน ใครจะแต่ง มากกว่าความคิดลอย ๆ นัดแล้วต้องได้เจอ หมูกระทะเย็นวันศุกร์ที่ถูกเทตอนห้าโมงเย็น เขาจำไปอีกนาน และเวลาต้องตัดสินใจ เขานึกก่อนว่าใครจะลำบากใจ

รหัสที่ยืนใกล้เขาที่สุดเวลามองจากข้างนอกคือ ESFP ซึ่งอุ่นและอยู่กลางวงเหมือนกัน สองรหัสนี้แยกกันที่ J กับ P ทริปเพื่อนไปเขาใหญ่ ESFJ ส่งตารางเวลากับเลขห้องเข้ากลุ่มไลน์ตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน ESFP คือคนที่ขับไปครึ่งทางแล้วชวนแวะคาเฟ่ที่เพิ่งเห็นป้าย แผนที่เปลี่ยนกลางทางทำให้คนหนึ่งสนุกขึ้น ส่วนอีกคนต้องค่อย ๆ ปลอบตัวเองให้ยอม

ดูครบทุกข้อแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเขาแบกวงนี้ไว้เพื่อไม่ให้อะไรหลุดมือ

02

แรงจูงใจสามแบบเบื้องหลังรหัสเดียว

ตัวอย่างสามจากเก้า: รหัสนี้งอกมาจากลักษณ์ไหนก็ได้

ย้อนกลับไม่ได้: ดูรหัสแล้วรู้แรงจูงใจไม่ได้

ตัวอักษรที่แรงจูงใจนี้ยึดไว้หลวมที่สุด

9

ผู้ประสานไมตรี

พอกลุ่มไลน์ครอบครัวเริ่มเถียงกันเรื่องการเมือง คนแรกที่ส่งรูปหลานกินข้าวเข้าไปคั่นคือลักษณ์ 9 สิ่งที่เขาดูแลคือความสงบของทั้งบ้าน โดยละลายตัวเองเข้าไปในหมู่คน ใครไปไหนก็ไปด้วย บรรยากาศของงานเป็นอย่างไรก็รับมาเป็นของตัว E จึงออกมาแบบนี้ ครั้นต้องเลือก เขาเลือกทางที่ไม่มีใครน้อยใจ และนั่นคือ F ไปงานสวดอภิธรรมญาติห่าง ๆ ครบทุกคืน ESFJ ทำได้ทุกแรงจูงใจ แต่สำหรับลักษณ์ 9 การขาดไปคืนเดียวคือการปล่อยให้ตัวเองหลุดออกจากวง ตัวอักษรที่หลวมที่สุดของเขาคือ J ระเบียบนั้นยืมมาจากปฏิทินของบ้านและนัดของคนอื่น เดือนที่พ่อแม่ไปอยู่กับพี่สาว วันของเขาไม่มีหลักให้เกาะ และคำตอบในแบบสอบถามไหลไปทาง P

3

ผู้ใฝ่สำเร็จ

งานกฐินของบริษัทปีนี้ยอดทำบุญทะลุเป้า และผู้บริหารเอ่ยชื่อเขาบนเวที สำหรับลักษณ์ 3 ประโยคนั้นคือบรรทัดสรุปของทั้งเดือน เขาปกป้องสิทธิ์ที่จะมีค่า และงานรวมคนคือที่ที่ค่านั้นมองเห็นได้ เขาเป็นคนที่ทำให้งานเกิดขึ้นต่อหน้าทุกคน คือ E และเกิดตรงเวลาตามแผน คือ J รูปหมู่ท้ายงานที่ถูกส่งเข้ากลุ่มก่อนใครกลับถึงบ้าน ESFJ แบบไหนก็ถ่าย แต่ลักษณ์ 3 ถ่ายเพราะรูปนั้นคือหลักฐานว่างานออกมาดี ตัวที่ถูกตั้งคำถามคือ F ในวงที่ให้คะแนนกันด้วยน้ำใจ ลักษณ์ 3 ก็ให้น้ำใจเต็มที่ แต่ถ้าย้ายไปอยู่ทีมขายที่ดูกันแค่ยอด ไม่นานเขาก็ตัดสินด้วยตัวเลข และแบบสอบถามจะเอียงไปทาง T

6

นักปุจฉา

ทำไมโต๊ะไหว้เจ้าตรุษจีนต้องจัดตามแบบของอาม่าทุกจาน ลักษณ์ 6 ตอบทันทีว่าเพราะมันพาบ้านผ่านมาได้ทุกปี เขาเกาะสิ่งที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว ทั้งพระรูปเดิมที่บิณฑบาตผ่านหน้าบ้าน และอู่ที่พ่อใช้มายี่สิบปี ของที่เคยได้ผลหนักกว่าคำสัญญาใหม่ นั่นคือ S ข้อตกลงที่ทำแล้วต้องเป็นตามนั้น นั่นคือ J ร้านประจำที่แก๊งเพื่อนนัดทุกสิ้นเดือนปิดตัว ESFJ ทุกคนใจหาย แต่ลักษณ์ 6 ได้ยินอีกชั้นว่า ถ้าที่นี่ยังหายได้ ต่อไปจะเหลืออะไร ตัวที่สวนเขาคือ E เพราะความเชื่อมโยงที่วัดได้ของลักษณ์ 6 ไปทาง I เขาเป็นกันเองเฉพาะกับคนคุ้นหน้า ในห้องคนแปลกหน้าเขาเงียบและสังเกตก่อน แบบทดสอบที่ทำสัปดาห์แรกของงานใหม่จึงอาจได้ I

03

ในสามแบบนี้ แบบไหนคือเรา

  1. มองจากภายนอกเป็นพฤติกรรมเดียวกัน
  2. คำถามว่าคนคนนั้นปกป้องอะไร
  3. แรงจูงใจของเราเอง ไม่ใช่ตัวอักษร

เป็นเจ้าภาพ จำวันสำคัญของคนรอบตัว และถือปฏิทินของกลุ่ม ทั้งสามแรงจูงใจทำได้เท่ากัน ถามว่าชอบรวมคนไหมจึงแยกใครไม่ได้

ระหว่างลักษณ์ 9 กับลักษณ์ 3 นึกถึงงานทำบุญครบรอบวันตายของตาที่เราประสานเองทั้งหมด งานผ่านไปเรียบร้อย ไม่มีใครพูดถึงคนจัด คืนนั้นเหลืออะไรในใจ ความโล่งที่ไม่มีใครขัดใจกัน หรือความรู้สึกว่างานนี้ไม่ถูกนับ? อย่างแรกใกล้ลักษณ์ 9 ซึ่งวันที่ราบรื่นคือเป้าหมาย อย่างหลังใกล้ลักษณ์ 3 เพราะงานที่ไม่มีใครเห็นทิ้งคำถามเรื่องค่าของตัวเองไว้

หัวหน้าชวนไปคุมโปรเจกต์ที่ผู้บริหารจับตา ทีมนั้นไม่มีคนรู้จัก และต้องทิ้งแก๊งข้าวเที่ยงที่นั่งด้วยกันมาห้าปี อะไรปล่อยมือยากกว่า โอกาสที่คนจะเห็นเรา หรือคนที่เราไว้ใจได้? เสียดายอย่างแรกให้มองไปที่ลักษณ์ 3 อย่างหลังลักษณ์ 6

ปีนี้พี่น้องตกลงกันว่าสงกรานต์จะไม่กลับไปรดน้ำดำหัวยาย ทั้งที่เราพาทุกคนกลับมาตั้งแต่ยายยังเดินเองได้ อะไรขึ้นมาก่อน ความหวังว่าจะไม่มีใครผิดใจกัน หรือความกังวลว่าของที่บ้านเคยยืนอยู่กำลังพัง? อย่างแรกคือความห่วงของลักษณ์ 9 อย่างหลังของลักษณ์ 6

ข้อที่ ESFJ พลาดง่ายที่สุดคือเรื่องย้ายทีม คำตอบแรกที่หลุดมาคือ “แล้วน้อง ๆ จะอยู่กันยังไงถ้าไม่มีเรา” ฟังเหมือนแรงจูงใจ แต่ที่พูดอยู่คือ F กับ J ความเคยชินที่จะดูแลคนของตัว ดูได้จากประธานของประโยค ในคำตอบมีแต่พวกเขา ทั้งที่คำถามถามว่าเราจะเสียอะไร

04

สิ่งที่ตัวอักษรไม่ได้บอก

คนคนหนึ่งลงมือทำอย่างไร: ส่วนนี้ตัวอักษรมองเห็น

สิ่งที่ตัวอักษรสี่ตัวไม่มี

  • ระดับการพัฒนา
  • ลักษณ์ย่อยตามสัญชาตญาณ
  • แรงกดพาเราไปไหน

นพลักษณ์กับ MBTI ไม่มีตารางเทียบกัน และเราไม่คิดขึ้นมาเอง สองโมเดลนี้ผ่าคนคนละแนว ตารางเทียบที่หาได้ในอินเทอร์เน็ตมาจากการสังเกต ไม่ได้วัดมา และแต่ละตารางก็ไม่ตรงกันเอง ที่วัดกันไว้มีทางเดียว คือจากลักษณ์ในนพลักษณ์ไปหาตัวอักษรทีละตัว รู้ลักษณ์แล้วจะเดาตัวอักษรได้แม่นขึ้นนิดหน่อย หน้านี้อ่านย้อนทาง ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่มีการวัด แรงจูงใจสามแบบข้างบนจึงเป็นตัวอย่างของกลไก ไม่ใช่รายชื่อครบ และลักษณ์อาจเป็นลักษณ์ไหนก็ได้ในเก้าลักษณ์ ESFJ ที่ถูกกลไกครอบยังไปช่วยทุกงาน แต่งานบุญกลายเป็นสมุดบัญชี ใครมางานศพพ่อบ้าง ซองที่ใส่ไปเท่าไรต้องได้คืนเท่านั้น ส่วน ESFJ ที่มีแรงเหลือให้ไปโดยไม่นับ รหัสเดียวกันทั้งคู่ ความใส่ใจหลักไหลไปที่บ้านกับของใช้ ที่คนสนิทคนเดียว หรือที่ที่ยืนในกลุ่ม ลักษณ์ย่อยตามสัญชาตญาณกำหนดตรงนี้ พอแบกหนัก แต่ละคนถูกดึงไปตามเส้นของลักษณ์ตัวเอง คนหนึ่งเริ่มสงสัยว่าญาติแอบตั้งกลุ่มไลน์ใหม่โดยไม่มีเขา อีกคนปล่อยกลุ่มเงียบแล้วนอนดูซีรีส์ทั้งวันหยุด คนที่สามรับจัดทั้งงานบวชหลานและกฐินบริษัทในเดือนเดียว รหัสของทั้งสามยังเป็น ESFJ

05

คำถามที่เจอบ่อย

ได้ ESFJ แต่นพลักษณ์ออกมาเป็นลักษณ์ 6 สองผลนี้ขัดกันไหม?

ไม่ขัดกันอย่างที่เห็น ความเชื่อมโยงที่วัดได้ของลักษณ์ 6 ไปทาง I และ E ที่ MBTI จับได้อาจเป็นความสบายใจเฉพาะในวงที่รู้จักกันมานาน ลองนึกถึงคอร์สทำขนมวันเสาร์ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ชั่วโมงแรกเราชวนคนข้าง ๆ คุยก่อน หรือนั่งดูว่าใครเป็นใครจนครูจับคู่ให้ ถ้าเป็นแบบหลัง ลักษณ์ 6 ก็ยืนได้ และ E เป็นของวงเรา ไม่ใช่ของตัวเราในทุกที่

ใคร ๆ ก็ว่าเป็นตัวตึงงานเลี้ยง แต่จัดเสร็จทีไรหมดแรง ยังเป็น E ไหม?

E บอกว่าความสนใจหันไปทางไหน ไม่ได้บอกว่าแรงไม่มีวันหมด จัดงานแบบ ESFJ คือการเฝ้าคนทั้งงานไปพร้อมกันตลอดคืน ใครทำก็เหนื่อย สำหรับนพลักษณ์ ตัวความเหนื่อยบอกอะไรได้น้อย ที่บอกได้มากกว่าคือคืนหลังงาน เราหลับสบาย นอนไล่ในหัวว่าตรงไหนน่าจะดีกว่านี้ หรือไล่ถามในไลน์ว่าทุกคนถึงบ้านกันหรือยัง

แคร์มากว่าคนอื่นคิดกับเรายังไง แบบนี้บอกลักษณ์ได้ไหม?

การอ่านบรรยากาศในห้องเป็นส่วนหนึ่งของรหัสอยู่แล้ว F กับ E จับได้ไวว่าใครพอใจหรือไม่ นพลักษณ์ถามต่อว่าความเห็นนั้นเรื่องอะไร ถ้าที่ทำให้นอนไม่หลับคือคนสองคนในงานไม่มองหน้ากัน นั่นทางหนึ่ง ถ้าคือไม่มีใครรู้ว่าเราเหนื่อยแค่ไหน นั่นอีกทาง ถ้าคือกลัวกลุ่มจะมองเราเป็นคนนอก นั่นทางที่สาม เอาเหตุผลใต้ความกังวลไปเทียบกับหน้าลักษณ์

แม่บอกว่าเทศกาลไหนเราก็ต้องคุมเองหมด นี่คือตัวอักษรหรือลักษณ์?

นิสัยชอบจัดการมาจาก E กับ J ต้องมีใครสักคนกำหนดวันและจองร้าน ส่วนมันกลายเป็นการคุมหรือยัง เป็นเรื่องของสภาวะ ไม่ใช่ลักษณ์ ลองดูวันที่แผนพัง ร้านที่จองไว้ไม่มีโต๊ะ หรือฝนตกกลางงาน ถ้าเราปล่อยได้และยังสนุก แผนก็ยังรับใช้คน ถ้าทุกอย่างที่ผิดแผนรู้สึกเป็นเรื่องส่วนตัว แรงกดกำลังสะสม และนั่นบอกเรื่องระดับ ไม่ใช่ตัวอักษร

หาลักษณ์ ปีก และระดับของตัวเอง

แบบทดสอบ 108 ข้อ รู้ผลทันที

หาลักษณ์ ปีก และระดับของตัวเอง