รหัสกับนพลักษณ์
ESTJ นพลักษณ์: ระเบียบเดียวกัน แรงจูงใจสามแบบ
ถ้าเข้ามาเพราะอยากรู้ว่า ESTJ ตรงกับลักษณ์ไหนในนพลักษณ์ หน้านี้จะไม่ให้เลขนั้น สิ่งที่จะได้เห็นคือคนสามคนที่วางตารางงานเหมือนกัน ติเตือนตรง ๆ เหมือนกัน และเคลียร์งานให้จบก่อนวันศุกร์เหมือนกัน แต่เหตุผลเบื้องหลังของแต่ละคนไปคนละทางเลย ถัดจากนั้นเป็นคำถามที่ช่วยให้เห็นว่าเหตุผลของเราใกล้กับคนไหนที่สุด
01
ตัวอักษรสี่ตัวนี้บอกอะไร
ในทีมที่มี ESTJ อยู่ เช้าวันจันทร์งานของสัปดาห์จะมีชื่อคนรับผิดชอบกับวันส่งแปะไว้เรียบร้อย ประชุมไหนเงียบนานเกินไป คนที่เปิดปากก่อนว่าใครทำอะไรเสร็จเมื่อไรก็คือคนนี้ การตัดสินใจยืนอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้และวิธีที่เคยได้ผลมาแล้ว ส่วนใครจะรู้สึกยังไงเป็นเรื่องทีหลัง งานไหนหลุดแผนจะถูกทักในวันนั้นเลย ตรงไปที่ตัวคนทำ ไม่อ้อม เรื่องค้างที่ยังไม่มีข้อสรุปแล้วลากข้ามสุดสัปดาห์ทำให้คนแบบนี้อึดอัดกว่าการตัดสินใจพลาดเสียอีก ข้อมูลไม่ครบก็จะสรุปให้ได้ภายในวันพฤหัส คนภายนอกสับสนกับ ISTJ ได้ง่ายที่สุด เพราะเคารพขั้นตอน ตรงเวลา และเลือกวิธีที่พิสูจน์แล้วเหมือนกัน ที่แยกกันคือทางที่งานเดินผ่านคน ESTJ ถามความคืบหน้าและแจกงานถัดไปต่อหน้าทั้งทีม ส่วน ISTJ ทำส่วนของตัวเองเงียบ ๆ จนเสร็จแล้วค่อยบอกสั้น ๆ หลังวันที่ต้องประสานคนทั้งวัน ESTJ กลับมีแรงเพิ่ม ขณะที่ ISTJ อยากได้เวลาอยู่คนเดียวก่อนอย่างอื่น แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องจัดระเบียบชีวิตขนาดนี้ ตัวอักษรสี่ตัวไม่มีคำตอบให้
02
แรงจูงใจสามแบบเบื้องหลังรหัสเดียว
ตัวอย่างสามจากเก้า: รหัสนี้งอกมาจากลักษณ์ไหนก็ได้
ย้อนกลับไม่ได้: ดูรหัสแล้วรู้แรงจูงใจไม่ได้
ตัวอักษรที่แรงจูงใจนี้ยึดไว้หลวมที่สุด
ผู้ท้าทาย
การที่คนอื่นเข้ามาจับงานในมือตัวเอง ลักษณ์ 8 ทนไม่ได้ และใน ESTJ สิ่งนี้เห็นได้จากว่าใครกุมวาระการประชุม พอเรื่องงบขึ้นโต๊ะเขาก็พูดก่อนและแจกงานออกเสียง นั่นคือ E ส่วนเรื่องที่ไม่น่าฟัง เขาชั่งแค่ว่าได้ผลหรือไม่แล้วพูดออกไปทันที นั่นคือ T เพราะพูดให้นุ่มลงก็เท่ากับถอยให้หนึ่งก้าว การยึดที่ประชุมเกิดได้กับทั้งสามแรงจูงใจ แต่สิ่งที่ลักษณ์ 8 ปกป้องไม่ใช่เวลาและไม่ใช่ผลงาน มันคืออำนาจตัดสินใจ ตัวอักษรที่ยึดไว้ได้หลวมที่สุดคือ J ระเบียบสำหรับเขาเป็นเครื่องมือ แผนที่ตัวเองวางจะถือเคร่ง แต่กฎที่ส่งลงมาจากข้างบนเขาเป็นคนแรกที่ฝ่า และถ้าถูกวางไว้ในตำแหน่งลูกน้อง เขาจะเอนไปทาง P
ผู้ใฝ่สำเร็จ
ESTJ ในแบบลักษณ์ 3 วางสัปดาห์ย้อนกลับจากเวทีที่จะได้โชว์ผลงาน งานเดินในที่ที่คนมองเห็น ความคืบหน้าเขารายงานเองในที่ประชุม ทั้ง E ที่ออกหน้า และ J ที่นับเรื่องที่ปิดได้ ผูกอยู่กับการคิดเลขข้อเดียว คือเรื่องที่ปิดแล้วเอาไปแสดงได้ การตีกลับแผนงานหลวม ๆ ของเพื่อนร่วมงาน ลักษณ์ 3 ทำเหมือนลักษณ์ 8 และลักษณ์ 5 แต่เหตุผลคือชิ้นที่อ่อนจะไปห้อยอยู่ใต้ชื่อของเขา ตัวที่คลอนง่ายที่สุดคือ T ในที่ที่วัดผลด้วยตัวเลข เขาพักความรู้สึกไว้แล้วตัดสินด้วยประสิทธิภาพได้ แต่พอย้ายไปทีมที่ให้คะแนนกับความอบอุ่น ไม่กี่สัปดาห์น้ำเสียงก็เปลี่ยน แล้ว T ก็หายไปด้วย T ตัวนั้นถูกปั้นขึ้นตามใบประเมินมาตั้งแต่แรก
นักสังเกตการณ์
ไม่ว่าจะเป็นประชุมที่กำหนดเวลาจบไว้หรือตารางงานที่ไม่มีช่องว่าง สำหรับลักษณ์ 5 ล้วนเป็นด่านกั้นคำขอกะทันหันไม่ให้มากินเวลาและแรง J มาจากตรงนี้ T ที่ตัดสินด้วยเหตุผลโดยวางเรื่องส่วนตัวไว้นอกห้อง คือตัวอักษรที่แรงจูงใจนี้ถือไว้แน่นที่สุด ที่เลือกข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้วแทนลางสังหรณ์ ก็เพราะงานแก้ใหม่กินแรงที่เหลือ S จึงอยู่ได้ คำขอนอกแผนทั้งสามคนปฏิเสธเหมือนกัน แต่การปฏิเสธของลักษณ์ 5 แปลว่าแรงสำรองของสัปดาห์นี้มีที่ลงแล้ว ตัวที่ง่อนแง่นคือ E ที่มีตำแหน่งซึ่งนัดเจอคนตามตารางค้ำไว้ เขานำประชุมได้อย่างมั่นใจ แต่จบแล้วต้องไปฟื้นแรงคนเดียว และพอพ้นบทบาทนั้นก็กลับไปเป็น I
03
ในสามแบบนี้ แบบไหนคือเรา
- มองจากภายนอกเป็นพฤติกรรมเดียวกัน
- คำถามว่าคนคนนั้นปกป้องอะไร
- แรงจูงใจของเราเอง ไม่ใช่ตัวอักษร
ใน ESTJ ทั้งสามคนคุมตารางงาน พูดไม่อ้อม และปิดเรื่องตามกำหนดเหมือนกันหมด ดูจากการกระทำจึงแยกไม่ออก สิ่งที่แยกได้คือระเบียบนั้นกำลังปกป้องอะไรอยู่
สมมติว่าต้องเลือกงานหนึ่งในสองงาน งานแรกเราตัดสินทุกอย่างเองตั้งแต่ต้นจนจบ แต่นอกบริษัทไม่มีใครรู้ว่าเราทำ งานที่สองทั้งบริษัทจับตาดู แต่คนตัดสินสุดท้ายเป็นคนอื่น เราจะหยิบงานไหน? หยิบงานแรกโดยไม่ลังเลคือเอนไปทางลักษณ์ 8 งานที่สองคือเอนไปทางลักษณ์ 3
งานนำเสนอที่เตรียมมานานถูกยกเลิกก่อนเริ่มหนึ่งชั่วโมง ความรู้สึกแรกที่ขึ้นมาคืออะไร? ถ้าเป็นความค้างคาใจที่ของที่เตรียมไว้ไม่มีใครได้เห็น นั่นใกล้ลักษณ์ 3 ถ้าเป็นความโล่งที่ได้บ่ายทั้งบ่ายคืนมา นั่นคือลักษณ์ 5 ที่ได้แรงสำรองกลับมา
เพื่อนร่วมงานบอกว่า “เดี๋ยวช่วย” แล้วเดินเข้ามาในงานที่เราดูแล อะไรทำให้ไม่สบายใจกว่ากัน? ถ้ากลัวว่าอีกไม่นานเขาจะเริ่มตัดสินใจแทน นั่นคือความกังวลแบบลักษณ์ 8 ถ้ากลัวว่าคำถามและคำขอของเขาจะค่อย ๆ ดูดเวลาของเราไป นั่นคือแบบลักษณ์ 5
แรงจูงใจสามแบบตรงนี้เป็นตัวอย่างว่ารหัสเดียวงอกมาจากเหตุผลต่างกันได้ ไม่ใช่รายชื่อผู้เข้าชิง ลักษณ์ของเราอาจเป็นลักษณ์ไหนก็ได้ในเก้าลักษณ์ ตอบได้ครึ่ง ๆ ทุกข้อ หรือไม่เข้าเลยสักข้อ ก็เป็นเรื่องธรรมดา แบบทดสอบนพลักษณ์ที่ถามถึงแรงจูงใจและหน้าของแต่ละลักษณ์ช่วยตรวจได้ แต่การสลับตัวอักษรไปมาไม่พาเข้าใกล้คำตอบ
04
สิ่งที่ตัวอักษรไม่ได้บอก
คนคนหนึ่งลงมือทำอย่างไร: ส่วนนี้ตัวอักษรมองเห็น
สิ่งที่ตัวอักษรสี่ตัวไม่มี
- ระดับการพัฒนา
- ลักษณ์ย่อยตามสัญชาตญาณ
- แรงกดพาเราไปไหน
นพลักษณ์กับ MBTI ไม่มีตารางเทียบกัน และเราไม่คิดขึ้นมาเอง สองโมเดลนี้ผ่าคนคนละแนว ตารางเทียบที่หาได้ในอินเทอร์เน็ตมาจากการสังเกต ไม่ได้วัดมา และแต่ละตารางก็ไม่ตรงกันเอง ที่วัดกันไว้มีทางเดียว คือจากลักษณ์ในนพลักษณ์ไปหาตัวอักษรทีละตัว รู้ลักษณ์แล้วจะเดาตัวอักษรได้แม่นขึ้นนิดหน่อย หน้านี้อ่านย้อนทาง ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่มีการวัด แรงจูงใจสามแบบข้างบนจึงเป็นตัวอย่างของกลไก ไม่ใช่รายชื่อครบ และลักษณ์อาจเป็นลักษณ์ไหนก็ได้ในเก้าลักษณ์ ระดับการพัฒนาก็ไม่ปรากฏในตัวอักษร ESTJ ที่ถูกความคิดตายตัวรัดแน่นจะทำให้การส่งตรงเวลากลายเป็นเป้าหมายในตัวเอง ชี้ชื่อคนที่ช้าต่อหน้าคนอื่น และเอาตารางของตัวเองไปบังคับใช้กับคนรอบข้าง ระเบียบชุดเดียวกันนี้จะหันไปที่เงินกับบ้าน ที่ตำแหน่งในกลุ่ม หรือที่คนคนเดียว ขึ้นอยู่กับลักษณ์ย่อยตามสัญชาตญาณ ส่วนแรงกดพาไปทางไหน แต่ละลักษณ์ก็มีเส้นทางของตัวเอง บางคนเงียบไปและปิดประตูห้อง บางคนจมอยู่กับเอกสารเล็กเอกสารน้อย บางคนเปิดแผนใหม่สิบแผนแล้วไม่จบสักแผน
05
คำถามที่เจอบ่อย
เป็น ESTJ แต่แบบทดสอบนพลักษณ์ออกมาเป็นลักษณ์ 5 ผลผิดหรือเปล่า?
ไม่จำเป็น E ที่ MBTI จับได้อาจมีงานค้ำไว้อยู่ ทั้งประชุมที่มีวาระ การติดต่อตามตาราง และบทบาทที่บังคับให้ต้องพูด ลองดูอีกที่หนึ่งแทน ตอนที่ไม่มีใครเรียกร้องอะไรเลย เราหวงอะไรไว้ และหลังวันยาว ๆ ท่ามกลางผู้คน เราต้องการอะไร ถ้าคำตอบคือค่ำคืนที่ได้อยู่คนเดียว ผลนี้ก็ไม่ขัดกับรหัส
เห็นตัวเองทั้งในลักษณ์ 8 และลักษณ์ 3 จะเลือกยังไง?
ลองนึกถึงงานที่พัง ไม่ใช่งานที่รุ่ง ตอนทุกอย่างไปได้สวย ความอยากเป็นคนตัดสินกับความอยากให้คนเห็นผลงานหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ความต่างโผล่ตอนที่ล้มแล้ว ถ้าที่กลืนไม่ลงคือคนอื่นตัดสินแทนเรา ให้มองไปทางลักษณ์ 8 ถ้าที่เจ็บคือความล้มเหลวนี้จะถูกจำพร้อมชื่อของเรา ให้มองไปทางลักษณ์ 3
ทำแบบทดสอบทีไรตอบเป็นเรื่องงานในตำแหน่งทุกที ต้องทำยังไง?
ตอบถึงตัวเองตอนที่ถอดตำแหน่งออกแล้ว ข้อที่ถามเรื่องการคุมงาน กำหนดส่ง และความตรงไปตรงมา ESTJ จะนึกถึงที่ทำงานได้ทันที คำตอบเลยกลายเป็นคำอธิบายว่าเก้าอี้ตัวนั้นเรียกร้องอะไร ลองนึกภาพสัปดาห์ที่ไม่มีภาระอะไรเลย เราจะเริ่มจัดอะไรก่อน ชวนใคร และปฏิเสธอะไร ลักษณ์ในนพลักษณ์เห็นได้จากระเบียบที่ไม่มีใครสั่ง
ได้เป็นหัวหน้าแล้ว ESTJ ชัดขึ้นกว่าเดิม ลักษณ์เปลี่ยนด้วยไหม?
ที่เปลี่ยนน่าจะเป็นตำแหน่งมากกว่า งานหัวหน้าเรียกร้องให้แจกงาน คุมกำหนดส่ง และพูดตรง แบบสอบถาม MBTI ก็จับสิ่งนั้นได้ตามจริง การเลื่อนตำแหน่งไม่ได้เปลี่ยนลักษณ์ในนพลักษณ์ เหตุผลที่ทำให้เราถือระเบียบก่อนได้รับแต่งตั้งยังเป็นเหตุผลเดิม ลองย้อนดูช่วงที่ยังไม่มีใครมอบหมายให้คุมใคร ว่าตอนนั้นเราจัดการแผนและผู้คนอย่างไร