รหัสกับนพลักษณ์
ESFP นพลักษณ์: สายเฮฮาที่มีเหตุผลต่างกัน
ร้านซักผ้าหยอดเหรียญใต้คอนโด เครื่องหมุนสี่สิบนาที พอผ้าเสร็จเรารู้แล้วว่าเจ้าของร้านชื่อป้าแดง แมวสีส้มที่นอนบนเครื่องอบชื่อส้มฉุน และได้แบ่งข้าวเหนียวมะม่วงกับห้องข้าง ๆ ด้วย ผลออกมาเป็น ESFP ก็ไม่มีใครแปลกใจ หน้านี้ไม่ชี้เลขลักษณ์ให้ แต่วางแรงจูงใจสามแบบที่ทำให้คนเป็นกันเองได้แบบนี้เหมือนกัน ผ้าแห้งไปตั้งนานแล้ว แต่เรายังนั่งคุยอยู่ที่ม้านั่งหน้าเครื่องอบ
01
ตัวอักษรสี่ตัวนี้บอกอะไร
ESFP รู้ว่าพี่วินหน้าซอยเชียร์ทีมบอลไหน และแซวทุกเช้าตอนนั่งซ้อนไปรถไฟฟ้า เข้าห้องประชุมปุ๊บก็รู้ว่าแอร์เย็นไป แล้วลุกไปปรับให้ก่อนใครจะบ่น ในกลุ่มไลน์แผนกที่เงียบมาทั้งอาทิตย์ เขาคือคนแรกที่ส่งสติกเกอร์ทักตอนเช้า และมีคนตอบตามเป็นแถว เสื้อผ้าต้องได้จับเนื้อผ้าก่อนซื้อ ส่วนรีวิวยาว ๆ ไม่ค่อยอ่าน วันเสาร์ที่ฟ้าเปิด เขาตัดสินใจไปเกาะล้านตอนแปดโมงเช้า แล้วชวนเพื่อนอีกสองคนได้ก่อนเรือเที่ยวแรกออก
รหัสที่คนสับสนด้วยมากที่สุดคือ ENFP สองรหัสนี้ร่าเริง ชอบคน และไม่ชอบถูกผูกด้วยแผนเหมือนกัน ที่ต่างคือ S กับ N ไปร้านอาหารร้านใหม่ ENFP อยากรู้ว่าเจ้าของเปิดร้านเพราะอะไร ส่วน ESFP ชิมแล้วบอกได้ทันทีว่าน้ำจิ้มขาดมะนาว พอได้งานใหม่ ENFP นึกภาพว่าอีกห้าปีตัวเองจะไปถึงไหน ESFP สนใจว่าวันแรกทีมกินข้าวเที่ยงที่ไหน และใครนั่งโต๊ะติดกัน
ทั้งหมดนี้บอกว่าคนคนหนึ่งใช้ชีวิตแบบไหน แต่ไม่ได้บอกว่าเขาใช้ชีวิตแบบนี้เพื่อไม่ให้เสียอะไรไป
02
แรงจูงใจสามแบบเบื้องหลังรหัสเดียว
ตัวอย่างสามจากเก้า: รหัสนี้งอกมาจากลักษณ์ไหนก็ได้
ย้อนกลับไม่ได้: ดูรหัสแล้วรู้แรงจูงใจไม่ได้
ตัวอักษรที่แรงจูงใจนี้ยึดไว้หลวมที่สุด
ผู้ประสานไมตรี
เย็นวันศุกร์ที่ร้านหมูกระทะ กลิ่นมันหมูบนกระทะร้อน เสียงเพื่อนแย่งกันเล่าเรื่องงาน ลักษณ์ 9 นั่งอยู่ตรงนั้นได้ทั้งคืนโดยไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลย การอยู่กับของที่จับต้องได้ตรงหน้าเป็นที่ที่ไม่มีเรื่องให้เถียง นี่คือ S ของเขา ถามว่ากินอะไรต่อ เขาตอบ “อะไรก็ได้” เพราะเลือกอย่างหนึ่งก็ต้องมีคนผิดหวัง P ของเขามาจากตรงนี้
ในรถ ทั้งสามแบบชอบเป็นคนเปิดเพลง แต่ลักษณ์ 9 เลือกเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกว่าอยู่นอกวง
E ของลักษณ์ 9 มาจากบ้าน ในบ้านใหญ่ที่ญาติเข้าออกทั้งวัน เขาดูเป็นคนเข้าสังคมที่สุดในครอบครัว แต่คนเดินเข้ามาหาเขาเองทุกครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาออกไปตามหาใคร
ผู้ให้
“ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” ลักษณ์ 2 พิมพ์ประโยคนี้ทุกครั้งที่เพื่อนแยกย้ายกันกลับดึก แล้วรอจนกว่าจะเห็นข้อความตอบ เขาตัดสินใจจากสีหน้าของคนตรงหน้า นั่นคือ F และเพราะการเป็นคนที่ใครสักคนขาดไม่ได้ต้องเกิดใกล้ ๆ ตัวคนคนนั้น เขาจึงเดินเข้าหาคนตลอด E ก็เกิดจากตรงนี้
เพื่อนนอนโรงพยาบาล ทั้งสามแบบไปเยี่ยมไม่ขาด แต่ลักษณ์ 2 ไปเพราะการได้ปอกผลไม้ใส่จานให้กับมือ คือหลักฐานว่าเขามีที่ยืนในชีวิตเพื่อน
P ของลักษณ์ 2 ขึ้นกับสถานการณ์ ชีวิตตัวเองปล่อยไหลได้สบาย แต่พอน้องชายเริ่มขายของออนไลน์ เขาก็ทำตารางแพ็กของ และไปส่งไปรษณีย์เจ็ดโมงเช้าทุกวันไม่เคยพลาดสักวัน
ผู้เสพสุข
ประตูที่ยังเปิดอยู่ คือสิ่งที่ลักษณ์ 7 เฝ้าไว้ไม่ให้ใครปิด เขาเดินเข้าหาคนและเรื่องใหม่ตรง ๆ โดยไม่ต้องรอใครชวน ขึ้นรถทัวร์ไปเชียงรายก็คุยกับคนเบาะข้างจนได้ที่พักฟรีหนึ่งคืน นั่นคือ E และเขาซื้อแค่ตั๋วขาไป เพราะตั๋วขากลับที่ซื้อไว้แล้วคือทางเลือกที่ถูกตัดทิ้ง การปฏิเสธอะไรสักอย่างรู้สึกเหมือนเสียของ นั่นคือ P
ทั้งสามแบบวางสายโทรศัพท์ยากเหมือนกัน สำหรับลักษณ์ 7 การกดวางสายคือการปิดประตูไปอีกบานหนึ่ง
S ของเขาอยู่ได้ตราบที่ตอนนี้ยังเข้มข้น พอทำงานเคาน์เตอร์ธนาคารสาขาเดิมเข้าปีที่สาม มือยังนับเงินอยู่ แต่ใจไปวางแผนเป็นครูสอนดำน้ำที่เกาะเต่าเรียบร้อยแล้ว
03
ในสามแบบนี้ แบบไหนคือเรา
- มองจากภายนอกเป็นพฤติกรรมเดียวกัน
- คำถามว่าคนคนนั้นปกป้องอะไร
- แรงจูงใจของเราเอง ไม่ใช่ตัวอักษร
ทั้งสามคนทำให้วงคึกคัก จับอารมณ์คนรอบตัวได้ไว และเปลี่ยนแผนได้ง่าย จะแยกกันได้ก็ต่อเมื่อถามว่าอะไรถูกเอาไปแล้วเจ็บ
ลักษณ์ 9 กับลักษณ์ 2 แยกกันหลังทริปเขาใหญ่ที่เราเป็นคนจัด กลับมาแล้วเรื่องที่ค้างอยู่ในใจคืออะไร เพื่อนสองคนทะเลาะกันเรื่องเงินกองกลางบนรถขากลับ หรือไม่มีใครพูดสักคำว่าเราขับรถให้ทั้งทาง แบบแรกใกล้ลักษณ์ 9 แบบหลังใกล้ลักษณ์ 2
ลักษณ์ 2 กับลักษณ์ 7 แยกกันที่ยี่เป็ง เพื่อนในแก๊งไปปล่อยโคมที่เชียงใหม่กันครบ ส่วนเราต้องอยู่เฝ้าร้าน อะไรทำให้ใจแป้วกว่า การที่ทุกอย่างราบรื่นดีทั้งที่ไม่มีเรา หรือการที่เราไม่ได้ยืนอยู่ใต้ท้องฟ้าที่มีโคมเต็มไปหมด แบบแรกชี้ไปที่ลักษณ์ 2 แบบหลังชี้ไปที่ลักษณ์ 7
ลักษณ์ 9 กับลักษณ์ 7 แยกกันตอนเลือกห้องในทริปบริษัทสามวัน ห้องกับพี่ที่เงียบ ๆ นอนสี่ทุ่มทุกคืน หรือห้องแก๊งที่ปาร์ตี้ถึงตีสองแต่มีสองคนกำลังงอนกันอยู่ ใครทนความจืดได้แต่ทนการงอนกันไม่ได้ ใกล้ลักษณ์ 9 ใครกลับกัน ใกล้ลักษณ์ 7
ESFP สะดุดตรงคำถามนี้แหละ ตัวอักษรตอบแทนตัวเราไปก่อนว่า “ห้องแก๊งสิ ความจืดแย่ที่สุด” คำตอบนี้มาจาก E กับ P ไม่ได้มาจากแรงจูงใจ เพราะสำหรับลักษณ์ 9 ความครึกครื้นเองก็เป็นฉากหลังที่ไม่มีคลื่นได้ ลองเช็กด้วยความจำ ครั้งล่าสุดที่เพื่อนในกลุ่มผิดใจกัน เรื่องนั้นค้างในใจเรากี่วัน แล้วอาทิตย์ที่น่าเบื่อที่สุดค้างอยู่กี่วัน
04
สิ่งที่ตัวอักษรไม่ได้บอก
คนคนหนึ่งลงมือทำอย่างไร: ส่วนนี้ตัวอักษรมองเห็น
สิ่งที่ตัวอักษรสี่ตัวไม่มี
- ระดับการพัฒนา
- ลักษณ์ย่อยตามสัญชาตญาณ
- แรงกดพาเราไปไหน
นพลักษณ์กับ MBTI ไม่มีตารางเทียบกัน และเราไม่คิดขึ้นมาเอง สองโมเดลนี้ผ่าคนคนละแนว ตารางเทียบที่หาได้ในอินเทอร์เน็ตมาจากการสังเกต ไม่ได้วัดมา และแต่ละตารางก็ไม่ตรงกันเอง ที่วัดกันไว้มีทางเดียว คือจากลักษณ์ในนพลักษณ์ไปหาตัวอักษรทีละตัว รู้ลักษณ์แล้วจะเดาตัวอักษรได้แม่นขึ้นนิดหน่อย หน้านี้อ่านย้อนทาง ซึ่งเป็นฝั่งที่ไม่มีการวัด แรงจูงใจสามแบบข้างบนจึงเป็นตัวอย่างของกลไก ไม่ใช่รายชื่อครบ และลักษณ์อาจเป็นลักษณ์ไหนก็ได้ในเก้าลักษณ์ ESFP ที่ถูกกลไกครอบจะหยุดสนุกไม่ได้ ตารางนัดเต็มทุกคืนจนกลับถึงห้องแค่ไปอาบน้ำนอน และใครชวนคุยเรื่องอนาคตจริงจัง ก็ได้คำตอบแค่ว่า “ชิล ๆ เดี๋ยวก็รู้” ตอนแรงกดมาถึง ทางที่ถูกพาไปก็ไม่ใช่ทางเดียวกัน ลักษณ์ 9 เปิดแชตเก่าอ่านซ้ำเพื่อหาความหมายแฝง ลักษณ์ 2 เริ่มเรียกร้องและกดดันคนใกล้ตัว ลักษณ์ 7 จับผิดเรื่องเล็กเรื่องน้อยไปหมด ส่วนแรงจะไหลไปทางผดุงตน ทางสังคม หรือทางความสัมพันธ์ก่อน ตัวอักษรสี่ตัวนี้ก็บอกไม่ได้เช่นกัน
05
คำถามที่เจอบ่อย
ชอบใช้ชีวิตวันนี้ให้เต็มที่ แต่นพลักษณ์บอกว่าเป็นลักษณ์ 7 ผลเพี้ยนไหม?
ไม่เพี้ยน ตัวอักษรที่หลวมที่สุดตรงนี้คือ S ใจของลักษณ์ 7 วิ่งไปหาสิ่งที่ยังไม่เกิด ทั้งที่เที่ยวถัดไปและแผนเดือนหน้า S ของเขาอยู่ได้ตราบที่ตรงหน้ายังมีของใหม่ให้ลอง ลองดูตอนดูซีรีส์ที่ชอบ ถ้าเราดูไปได้ครึ่งเรื่องก็เปิดหาเรื่องต่อไปในลิสต์แล้ว ผลลักษณ์ 7 ก็น่าเอามาคิดจริงจัง
อยู่คนเดียวตอนเย็นแล้วใจไม่นิ่ง เป็นเพราะตัวอักษรหรือลักษณ์?
ใจไม่นิ่งมาจากตัวอักษร แต่เย็นแบบไหนที่อยู่คนเดียวได้สบายนั้นต่างตามลักษณ์ ถ้าเพิ่งกลับจากงานที่ทุกคนคืนดีกันแล้วอยู่คนเดียวได้ อาจเป็นลักษณ์ 9 ถ้าวันนั้นเพิ่งได้ช่วยใครมาเต็มที่ อาจเป็นลักษณ์ 2 ถ้าพรุ่งนี้มีทริปรออยู่ อาจเป็นลักษณ์ 7
ไปกับเพื่อนทีไรงบบานทุกที มีแรงจูงใจอยู่เบื้องหลังไหม?
มี และดูได้จากว่าเงินหลุดมือไปตอนไหน ถ้าตอนหารเท่ากันทั้งที่เราสั่งน้อยกว่าเพราะไม่อยากดูแปลกแยก ใกล้ลักษณ์ 9 ถ้าตอนแย่งจ่ายให้น้อง ๆ ใกล้ลักษณ์ 2 ถ้าตอนเห็นป้ายร้านเปิดใหม่แล้วขอแวะอีกร้าน ใกล้ลักษณ์ 7 งบบานมาจาก P ที่หลวม แต่เหตุที่หยุดไม่ได้มีสามแบบ
เห็นเพื่อนหน้าเศร้าเป็นคนแรกตลอด แปลว่าเป็นลักษณ์ 2 ไหม?
ไม่จำเป็น การอ่านสีหน้าและน้ำเสียงเป็นงานของ S กับ F ซึ่งมีในทั้งสามแบบ ที่แยกกันคือประโยคที่เราอยากได้ยินจากเพื่อนหลังจากนั้น “โอเคแล้ว ไม่มีอะไร” ใกล้ลักษณ์ 9 “ขอบคุณนะที่อยู่ด้วย” ใกล้ลักษณ์ 2 “ไปหาอะไรสนุก ๆ ทำกันเถอะ” ใกล้ลักษณ์ 7